สำหรับขอบเขตการศึกษาโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 126 ช่วง จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1063 (แยกสะกัดน้ำมัน) – จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1065 และบนทางหลวงหมายเลข 117 ช่วง จุดตัดทางหลวงหมายเลข 126 (แยกหนองอ้อ) – สะพานข้ามแม่น้ำยม (รวมทางเข้ามหาวิทยาลัยนเรศวร) บริเวณช่วง กม. 46+400 ถึง กม. 51+054 และช่วง กม. 112+800 ถึง กม. 121+000 รวมระยะทางประมาณ 12.754 กิโลเมตร หรือรวมโครงข่ายที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการศึกษาในด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับกระบวนการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีรายละเอียดดังนี้
1 งานสำรวจและคาดการณ์ปริมาณจราจร และวิเคราะห์ระดับการให้บริการ
การสำรวจปริมาณการจราจรในสภาพปัจจุบัน สำรวจจุดต้นทางและปลายทางของการเดินทาง เพื่อวิเคราะห์สภาพการจราจรในปัจจุบันและนำมาคาดการณ์ปริมาณจราจรในอนาคต รวมทั้งสำรวจความต้องการเดินทาง และศึกษาแผนพัฒนาต่างๆ ที่ส่งผลให้ความต้องการเดินทางเปลี่ยนแปลงไป เช่น การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่ สภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น ทั้งบนเส้นทางหลักและบริเวณทางแยกต่างๆ โดยจำแนกตามประเภทที่เหมาะสมในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์สภาพการจราจรในปัจจุบัน และคาดการณ์สภาพการจราจรในอนาคตของพื้นที่ศึกษา และเพื่อนำมาประกอบการออกแบบถนนโครงการ รวมทั้งออกแบบปรับปรุงทางแยกที่เหมาะสม พร้อมทั้งแนะนำรูปแบบการพัฒนาในอนาคต
2 งานสำรวจแนวทางและระดับ
สำรวจรายละเอียดภูมิประเทศ สำรวจแนวทาง สำรวจระดับทั้งตามยาวและตามขวางพร้อมทั้งสำรวจเส้นชั้นความสูง สำรวจรายละเอียดสองข้างทาง สำรวจทางแยกและย่านชุมชนสำรวจรายละเอียดสิ่งก่อสร้าง สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ร่องน้ำ ระดับน้ำ ข้อมูลทางอุทกวิทยาข้อมูลการสัญจรทางน้ำในลำน้ำ วางหมุดหลักฐานแผนที่ และสำรวจรายละเอียดครอบคลุมพื้นที่โครงการทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานด้านจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และรายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการออกแบบโดยดำเนินการสำรวจตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัย และมาตรฐานกรมทางหลวง
3 งานสำรวจตรวจสอบดินและวัสดุ
สำรวจตรวจสอบสภาพพื้นผิวดินและสภาพใต้พื้นผิวดิน ที่จำเป็นสำหรับการออกแบบรายละเอียดของทางหลวงและโครงสร้างต่างๆ ศึกษาการทรุดตัวของคันทางที่จะเกิดขึ้น เสนอแนะวิธีการออกแบบและก่อสร้างที่เหมาะสม ที่ปรึกษาจะต้องตรวจสอบหาแหล่งวัสดุที่เหมาะสมและเพียงพอต่องานก่อสร้างทางหลวงและงานโครงสร้างทางแยกต่างระดับ พร้อมทั้งตรวจสอบคุณสมบัติของวัสดุ
4 งานออกแบบรายละเอียดงานทาง
การออกแบบรายละเอียดงานทางในด้านต่างๆ ได้แก่ การออกแบบแนวเส้นทาง รูปตัดตามยาวและรูปตัดตามขวาง รูปตัดทางแยก ทางขนาน ทางข้าม ทางลอด เครื่องหมายและป้ายจราจร รวมถึงงานระบบอำนวยความปลอดภัยการจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ และงานอื่นๆ ที่จำเป็น โดยการออกแบบจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัยและมาตรฐานของกรมทางหลวง โดยแนวคิดในการออกแบบจะทำการประเมินคุณภาพเส้นทางโครงการ ถนนเดิมมีขนาด 2-3 ช่องจราจร ซึ่งจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมทางเดินเท้าและช่องทางจักรยานสำหรับนักท่องเที่ยว
- งานออกแบบรายละเอียดทางแยก
ดำเนินการทบทวนรูปแบบทางแยกที่กรมทางหลวงได้ศึกษาหรือออกแบบไว้แล้ว โดยกรณีที่เป็นทางแยกระดับพื้น (At-Grade Intersection) ให้ดำเนินการถึงขั้นออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) และในกรณีที่ศึกษาและวิเคราะห์แล้ว มีความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงทางแยกให้เป็นทางแยกต่างระดับ (Grade Separation Intersection) ที่ปรึกษาจะต้องดำเนินการออกแบบขั้นรายละเอียด (Detailed Design) ทางแยกต่างระดับที่สำคัญอย่างน้อย 3 แห่ง หรือตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม พร้อมทั้งศึกษาเปรียบเทียบในด้านราคาค่าก่อสร้าง วิธีการก่อสร้าง รูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และผลการวิเคราะห์ระดับการให้บริการของทางแยกเสนอแนะต่อกรมทางหลวงเพื่อพิจารณาคัดเลือกและสรุปรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป
6 งานออกแบบโครงสร้างชั้นทาง วิเคราะห์เสถียรภาพและการทรุดตัวของคันทาง
ออกแบบให้โครงสร้างชั้นทางให้คงทนต่อสภาพแวดล้อม และการใช้งานโครงสร้างชั้นทาง
ไม่พังเสียหาย ภายในช่วงอายุการออกแบบด้วยการออกแบบสร้างโครงสร้างชั้นทางจากวัสดุหลายชนิดและหลายชั้น (Composite Layer) ที่มีคุณสมบัติ และความหนาที่เหมาะสมผิวทางที่ใช้ทั่วไป ได้แก่ ผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Pavement) จัดเป็นผิวถนนแบบยืดหยุ่นและผิวคอนกรีต (Concrete Pavement) หรือผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete Pavement) จัดป็นผิวถนนแบบแข็ง การเลือกใช้ผิวแอสฟัลต์คอนกรีต หรือผิวคอนกรีต ขึ้นอยู่กับปริมาณการจราจร และน้ำหนักที่กระทำ
เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งอายุการใช้งาน
7 งานออกแบบโครงสร้างสะพาน อาคารระบายน้ำและโครงสร้างอื่นๆ
การออกแบบโครงสร้างสะพาน และอาคารระบายน้ำจะทำการศึกษารูปแบบโครงสร้างต่างๆ โดยพิจารณาถึงความแข็งแรงต่อการรับน้ำหนักบรรทุกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงแรงกระทำเนื่องจากแผ่นดินไหว โดยเน้นการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตย์ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้อาคารและโครงสร้างมีความเป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และมีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
8 งานระบายน้ำ
จะมีการศึกษาลักษณะต่างๆ ทางด้านอุทกวิทยา และสภาพการระบายน้ำในบริเวณพื้นที่ รวมทั้งระบบน้ำทิ้งเดิมจากชุมชนที่มีผลกระทบต่อทางหลวง และออกแบบระดับถนน ช่องทางระบายน้ำ สะพาน และโครงสร้างระบายน้ำอื่นๆ ให้สอดคล้องกัน โดยการออกแบบจะระมัดระวังไม่ทำให้การก่อสร้างทางหลวงเป็นเหตุให้สภาพการระบายน้ำของพื้นที่โดยรอบเสียหาย และส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำของแหล่งน้ำต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้ได้รูปแบบการระบายน้ำที่เหมาะสมเพียงพอต่อการระบายน้ำ ไม่ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง โดยคำนึงถึงความเรียบร้อย สวยงามและการบำรุงรักษาที่ง่าย เลือกใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน มีความกลมกลืนระหว่างพื้นที่กับโครงสร้างสะพานหรือทางลอด โดยคำนึงถึงความสามารถในการระบายน้ำของโครงสร้างไม่ให้กีดขวางลำน้ำเป็นหลัก
9 งานระบบไฟฟ้าแสงสว่างถนน
จะทำการออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่างถนนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถและถนนในเวลากลางคืน โดยออกแบบให้แสงสว่างมีความเหมาะสมเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้เกิดความเมื่อยล้าหรือต้องเพ่งสายตามากในการมอง
10 งานสถาปัตยกรรม
งานสถาปัตยกรรมของอาคารต่างๆ ในโครงการ เช่น โครงสร้างสะพาน ทางลอด อาคารระบายน้ำ ภูมิสถาปัตย์งานทาง หรือส่วนประกอบอื่นๆ ให้มีความสวยงาม ทันสมัย สอดคล้องกับลักษณะของพื้นที่โดยคำนึงถึงภูมิทัศน์ การใช้ประโยชน์ของพื้นที่
11 งานดำเนินการด้านสาธารณูปโภค
ดำเนินการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูลและออกแบบตำแหน่งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อแสดงสาธารณูปโภคที่จะต้องทำการรื้อย้ายพร้อมทั้งเสนอแนะรูปแบบตำแหน่งและขนาดของสาธารณูปโภคที่ต้องก่อสร้างทดแทนหรือเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม เพียงพอต่อความต้องการของระบบสาธารณูปโภค โดยจัดหาและรวบรวมข้อมูลทางด้านสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบท่อประปา ระบบสายโทรศัพท์ ระบบสายเคเบิ้ลต่างๆ เป็นต้น จากนั้นนำข้อมูลข้างต้นมาระบุในแผนที่ภูมิประเทศ ร่วมกับข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม เพื่อให้ได้แผนที่แสดงสาธารณูปโภค นำมาใช้ประกอบการออกแบบรายละเอียด
12 งานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน
สำรวจปริมาณ และราคาทรัพย์สินเพื่อเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ในงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคาร และต้นไม้ พร้อมทั้งจัดทำแผนที่ประกอบร่างพระราชกฤษฎีกา การกำหนดเขตทาง การประมาณจำนวนและราคาทรัพย์สินที่ถูกเขตทางทั้งที่ดิน อาคาร และต้นไม้ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะใช้ในการจัดกรรมสิทธิ์
13 การตรวจสอบข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม
รวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ศึกษา และพื้นที่อ่อนไหวต่อด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากฐานข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems: GIS) และข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบกับเงื่อนไขในการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับลักษณะโครงการ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 4ง วันที่ 5 มกราคม 2567 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 260 วันที่ 31 กรกฎาคม 2568
14 การมีส่วนร่วมของประชาชน
กรมทางหลวงได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดโครงการ โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลข่าวสารแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน มีความโปร่งใส เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสรับทราบข้อมูลความคืบหน้าของโครงการและร่วมกันแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะได้ในทุกขั้นตอนการศึกษา รายละเอียดแสดงดัง รูปที่ 5-6
รูปที่ 5-6 ขั้นตอนการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
